ว่างๆ ก็จะมานั่งเขียนเรื่อยๆ นะครับ

ที่เขียนเรื่องนี้ เพราะเห็นว่า ปัจจุบัน มีคนสนใจในการถ่ายภาพกันเยอะขึ้น หลายคนสามารถสร้างสรรค์งานดีๆ ได้มากกว่ารูปที่เห็น แต่อาจติดขัดที่มีพื้นฐานน้อย ทำให้สร้างงานสวยๆ ไม่ได้ดังใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เล่นแนว Analog ซึ่งควรมีพื้นฐานที่ดีพอสมควร
มีน้องๆ หลายคน ที่รู้จักกัน และเล่นโลโม่อยู่ อยากจะหันมาลองเล่น SLR เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเอง
เลยอยากมาเขียนไว้ เพื่อให้เข้าใจพื้นฐาน และค่อยตัดสินใจ ว่าจะลงทุนซื้อกล้องราคาเรือนหมื่นมาเล่นดีไหม
การเขียนเรื่องเชิงวิชาการ คงไม่ใช่เรื่องถนัดสักเท่าไรสำหรับผม เลยจะขอเขียนไปในแนวที่ถนัดนะครับ
คือ Point & Shoot

กล้อง D-SLR ในปัจจุบัน สามารถวัดแสงให้พอดี ก่อนที่เราจะกด Shutter ได้ ซึ่งทำให้มีโอกาสได้ภาพค่อนข้างสูง
แต่เมื่อเราผ่านจุดที่เรียกว่า “ถ่ายให้พอดี” ได้แล้ว เราจะมีจุดต่อไปอีก ที่พ่วงกับเรื่องแสงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Speed/F-Stop ฯลฯ
ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายมากมายไปหมด ถ้าเราไม่รู้จักอุปกรณ์ของเราเอง
กล้อง SLR (ขอเรียกรวมแบบนี้นะครับ) คือกล้องที่ถ่ายภาพได้ โดยการมองผ่านช่องมองภาพ (อีกหน่อยจะเรียก Viewfinder) ไปที่กระจกสะท้อน ซึ่งจะตรงออกไปที่ Lens อีกที ทำให้เราได้ภาพเดียวกันกับภาพที่เราเห็นในช่องมองภาพ
SLR ย่อมาจาก Single Lens Reflex
ส่วน D-SLR คือ Digital Single Lens Reflex
ทำไมภาพที่คนอื่นเค้าถ่ายด้วย SLR ถึงสวยนักสวยหนา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเป็น SLR นี่แหละ ที่จะทำให้คุณสามารถมองเห็นภาพที่จะถ่าย ผ่านช่องมองภาพได้เลย แล้วจึงกด Shutter
สำหรับคนที่เคยเล่นแต่ Lomo หรือกล้อง Compact รุ่นเก่าๆ หน่อย แบบที่ยังใช้ฟิล์ม น่าจะพอเข้าใจครับ
ว่ามันมีช่องมองภาพแยกอยู่ช่องนึง แต่ส่วนที่ภาพจะถูกบันทึกลงบนฟิล์ม จะเป็นอีกแบบ
แต่กล้อง Digital Compact ในปัจจุบัน แก้ปัญหาพวกนี้ไปแล้ว โดยการทำจอ LCD ติดไว้หลังกล้องเลย ทำให้เรามองเห็นภาพที่จะถ่ายได้ทันที
กล้อง SLR ประกอบด้วยอะไรบ้าง
• ส่วนหลักๆ เลย ก็คือตัวกล้อง (Body) ซึ่งความสามารถต่างๆ ของกล้อง จะถูกจับยัดไว้ในนี้แหละ ทั้งการวัดแสง ม่านชัตเตอร์ การเลื่อนฟิล์ม การบันทึกภาพลงใน CF-Card หรืออื่นๆ
• Lens (มี s เพราะประกอบด้วยชิ้นเลนส์หลายๆ ชิ้น) ซึ่งมีช่วง หรือระยะการมองเห็น แตกตางไปในแต่ละตัวด้วย
เราต้องทำความรู้จักอะไรบ้าง ในการถ่ายภาพ
มาดูจุดสำคัญๆ ที่ควรรู้กันแบบคร่าวๆ ง่ายๆ ทีละจุดครับ

มีความสำคัญที่สุด แสงมาก แสงน้อย ไม่มีแสง มีผลต่อการถ่ายภาพทั้งหมดครับ
จะเขียนถึงในบทแรกๆ
• Shutter (ชัตเตอร์) คือส่วนที่ปิดแสงที่เข้าจาก Lens ก่อนตกกระทบฟิล์ม หรือตัวเซ็นเซอร์ในกล้อง Digital
ชัตเตอร์มีความเร็วหลายแบบ แล้วแต่กล้อง โดยปกติแล้ว จะไล่เรียงประมาณนี้ s ย่อมาจาก Second หรือวินาที
B, 30s, 15s, 8s, 4s, 2s, 1s, 1/2s, 1/4s, 1/8s, 1/15s, 1/30s, 1/60s, 1/125s, 1/250s, 1/500s, 1/1000s, 1/2000s, etc.
ช่วงห่างแต่ละช่วงความเร็ว เราเรียกหน่วยของมันว่า Stop (สต็อป) หลายกล้องจะมีหน่วยย่อยๆ กว่านี้ ก็จะเป็นเศษส่วนของ Stop ครับ
B ย่อมาจาก Bulb เป็นความสามารถที่จะเปิด Shutter ค้างไว้ นานจนกว่าเราจะพอใจ แล้วค่อยปล่อยปุ่ม
ส่วนค่าตัวเลขที่เหลือ ก็เป็นความเร็วเรียงจากช้าไปเร็ว ตั้งแต่ 30 วินาที ไปจนถึง 1 ส่วน 2000 วินาที หรือเร็วได้มากกว่านั้นในกล้องอีกหลายๆ รุ่น

รูรับแสง ก็มักจะมีหลายค่า เช่น 1.4, 2.8, 4, 5.6, 8, 11, 16, 22, etc.
ช่วงห่างแต่ละช่วง นับเป็น Stop เช่นกัน ส่วนรูรับแสงนี้ มักจะขึ้นอยู่กับความสามารถของเลนส์ ว่าตัวนี้ รูรับแสงกว้างสุดที่ 2.8 ตัวนี้กว้างสุดที่ 4
แล้วเรามักจะเรียกมันในอีกชื่อว่า F-Stop ครับ
• ISO หรือค่าความไวแสงของฟิล์ม ในกล้อง D-SLR ที่ไม่ได้ใช้ Film แล้ว แต่ก็ยังมีค่า ISO อยู่ครับ
ค่า ISO ก็จะแตกต่างกันประมาณนี้
25, 50, 100, 200, 400, 800, 1600, 3200, etc.
ช่วงห่างของ ISO เราก็นับเป็น Stop เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ฟิล์มแล้ว แต่ค่า ISO ก็ยังมีผลต่อภาพถ่ายเช่นกัน
จะเขียนถึง ISO ในอนาคตครับ
อันนี้เป็นหลักๆ ที่จำเป็นต้องรู้ หากจะถ่ายภาพนะครับ
เรื่องอื่นๆ จะเขียนตามมาเมื่อว่างครับ ^^