My blog

1,864 โค้ง/1

สวัสดีปีใหม่ครับ

เป็นครั้งที่สองแล้ว ที่ได้ไปแม่ฮ่องสอน หลังจากไปเมื่อครั้งแรก สมัยยังเด็กๆ อยู่ครับ
ครั้งนี้ เราได้คุยกันในบ้าน ว่าอยากหาที่หนาวๆ สูงๆ เที่ยวกัน หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ไปเชียงคานกันมาแล้ว
ก็เกิดไอเดียกันว่า เห็นเค้าว่า “ปาย” สวยนะ น่าเที่ยว แต่ก็มีหลายคนเตือน ว่าไปช่วงไฮซีซั่น ระวังปายจะแตก
นุชเลยจัดปายไว้แค่วันเดียวในทริป

คนที่ไปเที่ยวกันในงานนี้ ก็มีแม่ ผม นุช น้องมิม บล จอก ทั้งหมด 6 คน



เราออกเดินทางจากกรุงเทพ โดยรถไฟสปรินเตอร์ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ที่สถานีหัวลำโพง
เพราะอยากให้น้องมิมได้สัมผัสการเดินทางโดยใช้รถไฟ

ค่าโดยสารตกประมาณคนละ 600 กว่าบาท (ขาไป) และเลือกเดินทางช่วงกลางวัน เพื่อให้น้องมิมได้เห็นวิวทิวทัศน์ไปด้วย
รถไฟออกจากชานชาลา เวลา 8.30 น. ตรงเวลาตามตั๋วครับ

การเดินทางอันยาวนาน 12 ชั่วโมงรวด ทำให้เราได้เห็นอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างครับ
รถไฟสปรินเตอร์ มี 3 โบกี้ จุโบกี้ละประมาณ 60-80 คน ถ้าผมกะไม่ผิด

ช่วงเช้า หลังรถออก มีขนมปังใส้สับปะรด แข็งๆ มาให้พร้อมกับกาแฟ, ชา หรือน้ำหวาน แล้วแต่เลือก ชุดหนึ่ง
มื้อกลางวัน มีข้าวกล่อง เอาเข้าอบไมโครเวฟ มื้อที่ผมเจอ เป็นข้าวกับแกงส้ม แล้วมีเศษไก่สองชิ้นบางๆ ที่หน้ากล่องเค้าเขียนว่าสเต๊กไก่
รสชาดที่เชื่อว่าปลาวาฬยังส่ายหน้า
แถมในแต่ละสถานีที่รถจอด เขาก็จะไม่มีพ่อค้าแม่ขาย หิ้วไก่ย่าง เนื้อ ข้าวเหนียว ขึ้นมาขายให้ เหมือนกับรถชั้นสามนะครับ
อยากกินต้องลงไปซื้อเอง แล้วจอดแค่สถานีละแป๊บๆ ผมก็เสียวล่ะ ถ้าจะลงไปซื้ออะไรมาทานกัน

หลังจากนั้น เค้าแจกกาแฟกับขนมปังหินไส้สับปะรดให้ ตั้งแต่ราวๆ 4 โมงเย็น เป็นอาหารว่าง มื้อเย็นไม่มีครับ แขวนท้องไปกินหลังรถจอด เอ้อ ก็ได้ๆ เพราะให้มาอีกผมก็คงทานไม่ลง
แต่ก็เอาน่ะ ไม่ได้จ่ายเป็นพัน ขึ้นเครื่องบิน แค่นี้ก็พอทน ขากลับจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้แล้วกัน

เรามาถึงเชียงใหม่ ตรงตามเวลาครับ 20.30 น. พี่วัชระ รถตู้ที่เราติดต่อไว้ ก็มารับที่สถานีรถไฟครับ
พาพวกเราไปทานอาหารกันก่อน ที่ร้าน ...
อาหารอร่อยมากครับ ออเดิร์ฟแบบชาวเหนือ อร่อยถูกปากชาวกรุงอย่างพวกผมมากๆ

หลังจากเอร็ดอร่อยกับมื้อเย็นตอน 3 ทุ่มแล้ว เราก็เดินทางเข้าที่พักกันครับ

คืนแรก เราพักกันที่ “บ้านอ้ายหล้า” ดูแล้ว ก็คืออพาร์ทเม้นท์ ที่มีห้องรายวันให้พักครับ
แต่ห้องน่ารักมาก เครื่องทำน้ำร้อน ร้อนถูกใจจริงๆ

ค่ำคืนแรกที่เชียงใหม่ หลังจากไม่ได้มาหลายปี ทำให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างครับ
เมื่อผมนั่ง Set เครื่องทรงส่วนตัว (กล้องและอุปกรณ์) เสร็จแล้ว ผมก็ออกมาสูบบุหรี่ที่ระเบียงห้อง

อากาศเย็นสบาย เหมือนช่วงที่กรุงเทพฯ หนาวเยอะๆ นั่นแหละครับ ต้องใส่เสื้อหนาว
ผมได้ยินเสียงเพลงหลากหลายแบบ ลอยมากระทบกระดูกหูอยู่ตลอดเวลา
ผับเยอะมากครับ ลองแยกๆ ด้วยหูห่วยๆ ของผม ได้ประมาณ 4 เพลงพร้อมๆ กัน
ไม่รวมที่ไม่ได้ยินนะครับ เชียงใหม่น่าเที่ยวแฮะ ท่าทางจะเมากันลืมโลก

ผมเข้านอนก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว
เช้าตื่นราวๆ 7 โมง อาบน้ำแต่งตัว ทานกาแฟ วางระเบิดห้องน้ำกันเรียบร้อย พี่วัชระก็มาจอดรถรอเราแล้ว
เราออกจากที่พักราวๆ 8 โมงเช้า มุ่งหน้าแม่ฮ่องสอน โดยตัดโปรแกรมเช้าของเดิมออกไปครับ

แวะทานอาหารเช้ากันก่อน เป็นข้าวหมูแดง หมูกรอบ เป็นย่าง อร่อยมากอีกแล้ว ดูเหมือนว่า การเดินทางทริปนี้ของเรา
จะพากันพุงกาง เพราะพี่วัชระ เลือกอาหารอร่อยให้ทานตลอด

แต่จะพุงกางกันเต็มที่ก็ไม่ได้ เพราะพี่วัชระ คนขับรถตู้ เตือนไว้เลย ว่าให้ทานได้แค่ครึ่งท้อง เดี๋ยวจะมีรายการ “เสือกินกินโป่ง” กันโอ้กอ้าก ระหว่างทาง เพราะเราจะต้องผ่านกันกว่า 1864 โค้งแน่ๆ

เราเกือบประสบอุบัติเหตุ ช่วงก่อนจะถึงโป่งเดือดเล็กน้อย เนื้องจากเป็นถนนสองเลน มีฝนตก แล้วมีรถช้าอยู่ข้างหน้า เมื่อจะแซง เลยเกิดลื่นไถล
รถสะบัดอยู่เล็กน้อย แต่โชคดีที่พี่วัชระ คนขับรถตู้ของเรา ใจเย็นพอที่จะควบคุมรถได้

เราไปถึงโป่งเดือด ราวๆ 10 โมงครับ

โป่งเดือด อยู่ในเขตบ้านแม่แสะ อำเภอ แม่แตง เป็น น้ำพุร้อน ประเภทที่ทางธรณีวิทยาเรียกว่า 'กีเซอร์' (Geyser) หรือน้ำพุร้อน ที่พุ่งขึ้นสูงจากพื้นดินเป็นช่วงๆ ตามแรงดันใต้ผิวดิน ซึ่งมีปริมาณมากกว่า บ่อน้ำร้อน (Hot pool) ซึ่งเป็นเพียงน้ำผุดขึ้นมาเท่านั้น

โป่งเดือด มีบ่อขนาดใหญ่ 3 บ่อ และบ่อใหญ่สุดจะมีน้ำพุพุ่งสูงขึ้นมาประมาณ 2 เมตร ทุก 30 วินาที มีความร้อนประมาณ 99 องศาเซลเซียส ใกล้บ่อใหญ่มีห้องอาบน้ำซึ่งนำน้ำร้อนจาก โป่งเดือด ผ่านท่อเข้ามา โดย น้ำพุร้อน มีคุณสมบัติบำรุงรักษาผิวพรรณได้ดี

โป่งเดือด นี้เป็น น้ำพุร้อน ประเภทกีเซอร์ซึ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
ข้อมูลจาก : http://www.ontotour.com/

เราเดินเท้าเข้าไปประมาณ 10 นาที ก็ได้เห็นบ่อน้ำพุร้อน แต่สิบนาทีที่ว่านี่ เล่นเอาแม่ต้องพ่นยาแก้หอบเข้าปาก
คุณนายแก่แล้ว แย่จัง

ผมวางกล้องถ่ายรูป เห็นนักท่องเที่ยวพอประมาณ เข้ามาถ่ายรูปกันสนุกสนาน
ผมเห็นเศษขยะ ลอยอยู่ในบ่อน้ำพุร้อน ทำเอาอึ้งเล็กน้อย เออ มาเที่ยวกันเยอะแยะ เจ้าหน้าที่อุทยานมีนิดเดียว
คนเที่ยวคงต้องช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมมากกว่านี้นะครับ







ออกจากโป่งเดือด เราก็เดินทางต่อ
จุดหมายต่อไปคือ ปาย ...

วันนี้ ปายจะเป็นเพียงทางผ่านครับ เราไปถึงปายราวๆ บ่ายโมงครึ่ง ซึ่งนั่นก็เลยเวลาอาหารกลางวันไปพักหนึ่งแล้ว
พี่วัชระ พาเราไปพักทานอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวพริกกะเหรี่ยง เนื่องจากเราบอกว่าอยากทานข้าวซอยอร่อยๆ
ที่นี่ ข้าวซอยอร่อยจริงๆ ครับ
รสชาดอาจไม่เหมือนข้าวซอยในเชียงใหม่ แต่เข้มข้น จัดจ้าน ถึงใจดีมากครับ

เราแวะพักทานให้อิ่มท้อง ก็ออกเดินทางกันต่อครับ
เราได้พักกันที่จุดพักรถระหว่างทางอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินทางกันต่อ เพื่อจัดการของเหลวในร่างกานกันให้เรียบร้อย

แต่จุดพักรถนี่ก็นะ นอกจากจะวิวสวยแล้ว ยังมีของที่ระลึกสไตล์พื้นเมือง มาคอยล้วงกระเป๋าสาวๆ กันได้อีกต่างหาก
ไม่เว้นแม้แต่สาวน้อย น้องมิมของเราด้วย









ในที่สุดเราก็มาถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนครับ เมื่อเวลาราวๆ 17.00 .
ฝ่าฟันผ่านมา 1,864 โค้ง โดยไม่คืนอาหารออกทางปากกันสักคน

เราทราบข้อมูลจากพี่วัชระว่า เดิมแม่ฮ่องสอน มีไฟแดงแค่สี่แยกเดียว แต่ตอนนี้ เมืองขยาย
แม่ฮ่องสอนมีไฟแดงสองแยกแล้วนะครับพี่น้อง

ใครไม่ได้ไปมานาน อัพเดทข้อมูลกันด้วยนะครับ
เดี๋ยวจะป่นซะก่อน

เราแวะเติมน้ำมันกันเสียก่อน เนื่องจากช่วงเทศกาล คนมาแม่ฮ่องสอนกันเยอะ
แล้วปั๊มมักจะน้ำมันหมด เมื่อถึงเวลาค่ำๆ

ใครที่ขับรถไปเอง ก็พยายามเติมให้เต็มกันไว้ตลอดนะครับ อย่าประมาท
ถ้าน้ำมันไปหมดเอาในหุบเขาล่ะก็
เดินกันเครายาวถึงตาตุ่มกันล่ะครับ

เราเข้าที่พัก “ริมน้ำกลางดอย” ริมแม่น้ำปาย เพื่อเก็บข้าวเก็บของ
ก่อนที่จะออกไปรับประทานอาหารเย็นกัน

ริมน้ำกลางดอย เป็นที่พักที่ค่อนข้างจะน่ารัก และเงียบสงบครับ
อยู่ริมแม่น้ำปาย ท่ามกลางขุนเขา อากาศเย็นเจี๊ยบ

ช่วงที่ไปถึง พระอาทิตย์ตกพอดี







เราไปทานอาหารเย็นกันที่ร้านไข่มุกครับ อาหารอร่อย บริการค่อนข้างดีที่เดียว
ทั้งๆ ที่ผมไปถึง คนเต็มร้านแล้ว เนื่องจากทัวร์ลง
พนักงานในร้าน ต้องรีบแจ้งเลยว่า อาหารจะได้ช้านะ เพราะว่าคนเยอะ
แต่ก็ไม่ได้ช้าจนรอไม่ได้แต่อย่างใดครับ ไม่ถึง 20 นาที เราก็ได้ทานอาหารกันแล้ว

หลังจากเอร็ดอร่อยไปอีก 1 มื้อ เราก็ไปเดินย่อยอาหารกันที่ถนนขุนลุมประพาส ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลจากร้านนัก
ตอนนี้มีจัดงานปิดถนนคนเดินกันอยู่ครับ

นุชไปเจอเพื่อสมัยเรียนที่นั่น ซึ่งเปิดร้านขายเสื้ออยู่ที่แม่ฮ่องสอนครับ
ชื่อร้าน ปาด็อง
www.padonc.com เสื้อสวยครับ

สาวๆ ต่างก็พากันเดินเสียตังกันสนุกสนาน ส่วนผมก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วก็เห็นวัดจองคำ จองกลาง ติดไฟสวยงามยามค่ำคืน
ก็นึกในใจไว้ว่า จะกลับมาถ่ายรูปวัดอีกครั้ง





















เรากลับเข้าที่พักกันตอนสามทุ่มเศษ
อากาศเย็นเจี๊ยบจนหายใจเป็นควัน ถูกใจน้องมิมมาก

หลังจากอาบน้ำแล้ว เราก็มีกิจกรรม Lกฮ กันอีกเล็กน้อย ก่อนจะเข้านอนครับ

เดี๋ยวมาเขียนต่ออีก Entry นึงนะครับ
ยาว เดี๋ยวอ่านไม่หนุก ยังมีที่เที่ยวสนุกๆ อีกเยอะครับ Winking



อ่านภาคสองได้ที่นี่ 1864 โค้ง/2

My Links