Sekonic L-398A Studio Deluxe III
09/09/09 19:10 Filed in: Photos

พอดีเพิ่งไปหยิบ Sekonic L-398A Studio Deluxe III มือสองมาใช้
เพราะ ไม่มั่นใจในเจ้า Gossen Scout 2 เป็นเหตุหลัก
จริงๆ มันก็ไม่ได้เพี้ยนมากนะครับ
แต่มันไม่ละเอียดพอครับ มันวัดแสง Reflect เป็นหลัก วัด Incident ก็ได้ แต่ไม่แม่นนัก
แถมเจ้า FM2 ตัวแสบ ก็ดั๊น มาวัดแสงเพี้ยนอีก
คุณช่างที่ Fotothailand บอกว่า จะเช็คให้ละเอียด ต้องมี FM2 อีกตัว ที่ไม่เพี้ยน
กล้อง Digital ที่มั่นใจ แล้วก็ Meter ตรงๆ ซักตัว
ประกอบกับมีคำแนะนำที่ ThaiD ถึงเจ้า Sekonic นี้
ผมเอง ก็เล็งใน eBay มาหลายเพลา
แต่ราคามันสูงอยู่ มือหนึ่งใน eBay คิดเป็นเงินไทย ก็ราวๆ 5500 (ไม่มีประกัน)
มือ 1 แบบไม่มีประกันในเมืองไทย ต้องสั่งล่วงหน้า ราคาปาไป 5885.-
ถ้าของศูนย์ เห็นราคาที่ 7356.-
ถึงกับร้องจ๊าก

เลยไปหยิบมาซะ
เพราะเจ้า L-398 นี่ เป็นเครื่องวัดแสง Classic Style ครับ เป็นเข็ม ใช้ Sellenium Cell ไม่ต้องใช้ถ่าน มีความแม่นยำสูง
เป็นรุ่นยอดนิยมของ Sekonic ถึงขั้นทำตัวสีทองออกมาขายกันเลยทีเดียว
Entry นี้ เลยอยากเขียนถึงวิธีใช้ครับ เพราะเห็นหลายคนบอกว่าใช้ยาก
จะว่าไปก็ยากกว่า Gossen Scout 2 ที่ผมมีอยู่นะ แต่เพราะความที่มันละเอียด เลยดูยากกว่า
จริงๆ แล้ว ไม่ยากเลยครับ
Sekonic L-398A จะมีอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ดังนี้ครับ
- ตัวเครื่องวัดแสง
- โดมขาว (Lumisphere)
- หน้ากากวัดแสงสะท้อน (Lumigrid)
- หน้ากากวัดแสงตกกระทบแบบแป้น (Lumidisc)
- แผ่นกรองแสง (High Slide)
- ซองหนัง
- สายคล้อง
- คู่มือการใช้งาน

คนที่ไม่เคยใช้เครื่องวัดแสงแบบนี้ ต่อให้อ่าน Manual ผมก็ว่างงครับ
ผมพยายามหาข้อมูลในเน็ทอยู่ แต่ก็ไม่พบว่า การใช้งานที่ถูกต้อง ในฉบับภาษาไทยมีไหม
ผมเลยพยายามจะเขียนขึ้นมา เท่าที่มีความรู้อยู่
อาจไม่ถูกต้อง 100% ถ้าท่านใดได้อ่าน ก็รบกวนช่วยลง Comment แก้ไขให้ด้วยนะครับ
ผมจะได้ปรับให้ถูกต้อง เผื่อใครหาข้อมูลการใช้งานมัน จะได้ไม่ยากเกินไปนัก

คร่าวๆ ก่อน ว่าพวกตัวกรองแสงที่เค้าแถมมาในชุดใช้ทำอะไรบ้าง
Lumisphere (หรือปิงปอง ที่หลายๆ คนเรียก) ใช้วัดแสงตกกระทบ หรือวัดจากแสงที่พุ่งมาที่วัตถุที่เราจะถ่าย แต่จะใช้ในกรณีที่วัตถุเป็น 3 มิติ
Lumigrid (เป็นแผ่นกลมๆ สีดำ เจาะรูในภาพ) ใช้วัดแสงสะท้อนจากวัตถุ หรือ Reflect นั่นแหละ
Lumidisc (แผ่นกลมๆ สีขาวในภาพ) ใช้วัดแสงตกกระทบ สำหรับวัตถุที่เป็นพื้นราบ (2 มิติ) เช่นแผ่นกระดาษ หนังสือ แต่เท่าที่อ่านในคู่มือ เหมือนจะเป็นการวัดค่า Contrast ของแสง เพื่อกำหนด Ratio มากกว่าแฮะ
High Slide ใช้ลดความเข้มของแสง เมื่อถ่ายในสภาพแสงจ้ามากๆ
มันใช้งานต่างสถานการณ์กันอย่างไร
ในที่นี้ ขอพูดถึงการถ่ายภาพทั่วไปนะครับ ไม่ใช่ Flash ในสตูดิโอ เพราะเจ้า L-398A นี่ วัดแสง Flash ไม่ได้
ก่อนจะใช้งาน กรุณาตั้งค่า ISO ให้ตรง
ใช้ Lumisphere

เราจะเอา L-398A ไปวางข้างๆ หน้าของแบบครับ หันหัวปิงปองเข้าหากล้อง แล้วกดปุ่มตรงกลาง
เข็มจะดีดมาที่ค่าแสงที่พร้อมใช้ตอนนั้น
ถ้าแสงแรงจนเข็มตีตกขอบขวา ก็เอา High Slide ใส่ซะนะครับ

ทีนี้ เราก็ค่อยมาดูที่ Meter ครับ
จะเห็นขีดสามเหลี่ยมสีแดง มีตัว H อยู่ข้างใต้ ก็หมุนค่าที่วัดได้ มาให้ตรงกับสามเหลี่ยมนี้ สำหรับกรณีที่ใช้ High Slide นะครับ
ถ้าไม่ได้ใช้ High Slide ก็หมุนให้ตรงกับลูกศรสีดำทางขวาแทน

ด้านล่าง Meter ก็จะบอกค่ารูรับแสง จับคู่กับ Speed Shutter ให้เรา เราก็เลือกใช้เอาตามความเหมาะสมครับ คู่ไหนก็ได้
Lumisphere ที่บอกว่าใช้วัดแบบ 3 มิติ เพราะเจ้าปิงปองนี่ จะจับค่าแสง แล้วเฉลี่ยส่งไปยังเซลล์วัดแสงด้านหลังให้
ด้านบนลูกปิงปอง จะวัดแสง High light ให้ ตรงกลางจะเป็น Main light ส่วนด้านล่าง จะเป็น Fill light ครับ
ดังนั้น มันจะให้ค่าที่ค่อนข้างแม่นยำ “ถ้า” คุณถือเครื่องวัดแสงในมุมที่ถูกต้อง คือระนาบเดียวกันกับเลนส์
ถ้าตั้งตรง หันหน้าลูกปิงปองเข้าหาเลนส์กล้อง ก็จะได้ค่าที่ใกล้เคียงมาก โดยไม่ต้องไปชดเชยอะไรอีก
แต่ถ้าคุณเงยขึ้น Main light ก็จะมาจากท้องฟ้า ก็จะทำให้ค่าแสงที่วัดได้ สว่างกว่าความเป็นจริง
ดังนั้น สำคัญมาก ถ้ายังไม่ถนัดวัดแสงแล้วค่อยมาเฉลี่ยค่าเอาเอง ก็ให้หันหัวปิงปองเข้ากล้องเอาไว้ครับ

ใช้ Lumigrid

เป็นเรื่องยากแน่ๆ ถ้าคุณจะใช้ Lumisphere ติดเครื่องวัดแสงแล้วเดินไล่วัดค่าแสงแต่ละจุด ข้ามเขาสองสามลูก
L-398A มี Lumigrid มาให้ครับ
มันจะทำหน้าที่วัดแสงสะท้อน (Reflect) เหมือนกันกับเจ้าวัดแสงในกล้องทั่วๆ ไป
คือจับเอาค่าที่ได้มาจากแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุที่เราจะถ่าย มาแสดงผล

เที่ยวนี้ เวลาวัดแสง เราก็หันหน้า Lumigrid ไปหาวัดถุ แล้วกดวัดแสงเลยครับ
ผลที่ได้ เราเอามาเทียบกับสเกลในตำแหน่งเดียวกันกับ High Slide นะครับ
คือตำแหน่งลูกศรแดง ที่มีตัว H
เพราะ Lumigrid ทำหน้าที่ลดความเข้มของแสงหลักไปแล้ว เราจึงจะได้ค่าเท่ากันกับตอนใส่ High Slide เวลาใช้ Lumisphere
ทีนี้ เวลาวัดค่าแสง มันจะมีคำแนะนำนิดหน่อยครับ คือเวลาวัดแสงวัดถุ ก็ให้ก้มหน้ามันหลบฟ้าสักหน่อย
ถ้าจะเน้นฟ้า ก็เงยมันหาฟ้าอีกนิดครับ
ถามว่า สถานการณ์แบบนี้ ใช้ Lumisphere ได้ไหม
ได้ครับ แต่จะลำบากหน่อยครับ

แต่อ่านจากคู่มือคร่าวๆ ก็คือการวัดค่าความเปรียบต่างของแสง ที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลายทิศทางนั่นแหละครับ
ประมาณว่า ถ้าจัดแสงสองทาง ค่า Ratio ของไฟทั้งสองทางไม่เท่ากัน
ก็ใช้ Lumidisc เป็นตัววัดค่าแสงแล้วเฉลี่ยให้
แต่ที่เคยอ่านเจอมา บางท่านก็บอกว่า มันใช้เพื่อวัดค่าแสงสำหรับการถ่ายวัตถุแนวระนาบ
เช่นการ Copy Slide หรือถ่ายกระดาษแบนๆ
แต่จากรูป ซึ่งมาจากคู่มือ มันไม่ได้บอกแบบนั้น
ก็เอาเป็นว่า ใครรู้ชัดๆ ก็รบกวน Comment อธิบายเพิ่มเติมหน่อยนะครับ
อันนี้ก็เป็นวิธีใช้คร่าวๆ นะครับ
ไว้ว่างๆ จะมานั่งเขียนใหม่ครับ