My blog

เที่ยวเหนือ วันที่ 3 อ่างขาง เวียงกุมกาม เชียงใหม่

ต่อครับ สำหรับตอนก่อนๆ อ่านได้ที่นี่ครับ
เที่ยวเหนือ วันที่ 1 ดอยตุง วัดร่องขุ่น
เที่ยวเหนือ วันที่ 2 ภูชี้ฟ้า พ่อขุนเม็งราย อ่างขาง

สำหรับวันที่ 3 พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เหมือนทุกวัน ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ห่อตัวด้วยเสื้อหนาวมากกว่าเดิมอีกหน่อย เพราะทราบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า วันนี้เราจะเจอกับสภาพอากาศ 0 องศา
ผมเดินออกมารอน้องๆ หน้าห้อง ก็เห็นต้นไม้บริเวณรอบๆ ที่พัก เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวๆ เต็มไปหมด
เหมยขาบ*สิครับ แต่ด้วยความที่เวลานัดกำลังจะมาถึง และเราต้องปีนลงเขาไปที่จุดนัดพบ ผมเลยยังไม่รีบเก็บภาพ

เรามารวมตัวที่รถตู้ แล้วออกเดินทางไปที่จุดชมวิวบ้านขอบด้ง ซึ่งอยู่ห่างที่พักไปราวๆ 15 นาทีครับ
บริเวณจุดชมวิว จะมีร้านขายโจ๊ก ข้าวต้ม กาแฟ อยู่เล็กน้อย หลายคนก็รองท้องกันไปก่อนแล้ว
แต่ตัวผม เกรงว่าจะเกิดอาการเปลี่ยนแปลงแรงดันในระบบขับถ่าย เลยเลี่ยงไม่ทานอะไรดีกว่า
น่าเสียดายครับ ปาท่องโก๋ กาแฟ หอมยวนใจเหลือเกิน





เรานั่งทานกันจนเห็นแสงแรกรำไร จึงเริ่มตั้งขาตั้งกล้องกัน เพื่อถ่ายภาพต่อ
น่าเสียดายที่จุดชมวิวที่นี่ มีถนนอยู่ด้านหน้า เลยมีเสาและสายไฟฟ้าพาดผ่านในเฟรมพอดี
ผมเลยเลือกที่จะเก็บภาพแสงเช้ากับนักท่องเที่ยวแทน เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ด้วย

ก็ได้ภาพไปอีกแบบนึงครับ
แสงเช้าวันนั้นสวยจริงๆ ไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์อะไรเลยครับ









เราอยู่ถ่ายจนได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นกลมป๊อก จึงย้ายที่ไปต่อกันที่ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล สุดเขตชายแดนไทย-พม่า
ที่นี่เป็นเขตทหารครับ มีที่ให้ถ่ายรูปกันพอสนุก มองข้ามรั้วไปทางเขตพม่า มองเห็นทหารพม่ายืนประจำการอยู่เต็ม
มองไปนอกรั้วที่กั้นไว้ แลเห็นลวดหนามกันอยู่อีก 3-4 ชั้น ระหว่างฐานทหารทั้งสองประเทศ
เดาว่าในระหว่างนั้น คงจะมีทุ่นระเบิดฝังอยู่พอสมควรทีเดียว

เราถ่ายรูปกันพอสมควร ก็กลับที่พักครับ ระหว่างทาง เราเห็นหมอกในร่องเขา กำลังสวย เลยแวะถ่ายรูปกันอีกรอบ
ส่วนตัวผม เก็บ Candid นิดหน่อย ก็พอแล้ว ซีนนี้ต้องอยู่สูงกว่านี้จึงจะสวย
หลายคนต้องปีนต้นไม้กัน









หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว เราก็เก็บข้าวของขึ้นรถ ก่อนจะเข้าไปเที่ยวที่บริเวณสถานีเกษตรหลวง ดอยอ่างขางกันครับ
โดยหลักๆ ที่สวยๆ จะอยู่ที่สวน 80 ซึ่งมีดอกไม้งามๆ สะพรั่งเต็มไปหมด
หลายคนก็กระจัดกระจายไปถ่ายรูปกันตามความพอใจ

ผมเองก็ได้โอกาสงัดเอา Nikon 55 Mikro มาต่ออีกรอบ เพื่อเก็บภาพดอกไม้สวยๆ
ไม่น่าเชื่อว่า อากาศที่หนาวจัด หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่รดน้ำต้นไม้ไปแล้ว
ละอองน้ำที่ดอกไม้ ยังกลายเป็นเหมยขาบ*ให้ถ่ายรูปกันได้อีกรอบ









จากนั้นเราก็บ๊ายบายอ่างขาง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่
โดยระหว่างทาง แวะทานอาหารกลางวันที่ร้านใบออคิด
ดูเหมือนจะเป็นร้านที่อร่อยน้อยที่สุดแล้ว ในทริปนี้
หรือเพราะเราเจอแต่อาหารอร่อยมากมาทุกมื้อก็ไม่รู้ เข้ามาที่นี่แล้ว รู้สึกว่าอะไรก็ไม่อร่อย
แต่ทางร้านก็บริการ และดูแลเราเป็นอย่างดีครับ

ทานอาหารเสร็จ เราก็มุ่งหน้าไปที่เวียงกุมกาม เมืองในอดีตที่จมอยู่ใต้พื้นดินมากว่า 700 ปี
ซึ่งเพิ่งถูกขุดค้นพบเมือยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา และถูกโปรโมทเป็น Unseen Thailand เมื่อราวๆ 7 ปีนี้เอง
จึงเพิ่งจะเป็นที่รู้จัก

ชาวบ้านที่นั่น จะจัดกลุ่มกันขึ้น และเป็น Guide พานักท่องเที่ยวชมเมืองโบราณแห่งนี้ด้วยรถที่จัดเตรียมไว้

ผมพบว่า หามุมถ่ายภาพเวียงกุมกามตอนบ่ายโมง บ่ายสองเศษๆ ค่อนข้างยาก ถ้าเป็นแสงเช้า หรือเย็นเลย คงจะสวยกว่านี้เยอะ
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือประวัติของเมืองเลยครับ

เวียงกุมกาม วิกิพีเดีย







หลังจากถ่ายรูปที่นี่เสร็จแล้ว ทัวร์จาก Tripdeedee ก็จะมุ่งหน้าไปลำพูนกัน
ส่วนผมและน้อง จะแยกไปรอเพื่อนอีกสองคนที่ตัวเมืองเชียงใหม่
พี่เจษ และพี่แอ๋ม จึงอุตส่าห์แยกไปส่งผมที่สนามบิน เพื่อให้ผมไปจองตั๋วกลับกรุงเทพให้เรียบร้อย
และผมก็แยกจากทัวร์ที่นั่น

ขอขอบคุณ
Tripdeedee.com และชาว AACP อีกครั้งนะครับ ทริปนี้สนุกมากจริงๆ ^^

ผมจองตั๋วเที่ยวกลับ โดยนกแอร์ ในวันที่ 15 ไฟลท์ 3 ทุ่ม
เสร็จแล้วก็นั่งรถแท็กซี่เข้ามาที่ตัวเมือง
เข้าพักที่ บ้านอ้ายหล้า ซึ่งยังคงน่ารักเหมือนเดิมครับ

หลังจากเช็คอิน วางข้าวของเรียบร้อย ผมก็จัดการเคลียร์เรื่องรถตู้ ที่จะพาพวกเราเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น
รวมไปถึงที่พักอีกสองคืนที่เหลือ ก่อนจะไปทานอาหารเย็น แล้วฟุบหลับอย่างรวดเร็ว

พรุ่งนี้ไม่ต้องตีสี่วันนึง ค่อยยังชั่ว ^^

*หมายเหตุเพิ่มเติม
คุณ Uncle Dong แวะมาอ่าน และแนะนำถึงคำเรียกน้ำค้างแข็ง ในภาษาชาวดอย ว่า “เหมยขาบ” ครับ
หากพบบนภู เราจึงจะเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ขอขอบพระคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมมา ณ ที่นี้ครับ ^^

เที่ยวเหนือ วันที่ 4 ปาย วัดน้ำฮู บ้านสันติชล ถนนคนเดิน

My Links