Code ของ Lens Canon
08/10/08 17:03 Filed in: Me

ตอนนี้ก็เกิดสงสัยถึงอะไรๆ ในตัวเลนส์มากขึ้น หลังจากที่ไม่ได้ตามติดเรื่องกล้องมาตั้งแต่เรียนจบ (หันมาบ้า Mac)
สมัยนั้น ไม่ต้องคุยกันถึง DSLR ครับ แค่ SLR แบบ Auto focus ก็หรูแล้ว
เคยจับ FM-2 กล้องนักศึกษามา ก่อนที่จะโดนพี่ที่บริษัทเก่าทำพัง (แบบเจ็บใจโคตร)
เล่นกันชนิดที่เดินหา FM-2 แบบม่านชัตเตอร์แบบเรียบ รหัสตัวกล้องเท่านั้นเท่านี้ เดี๋ยวนี้ลืมหมดแระ
วันนี้ก็แบกกล้องไปถ่ายรูปมาอีก เพราะต้องทำ Storyboard และ Location ส่งคุณลูกค้า (ที่โคตรเรื่องมาก แต่ตังน้อย) ก็เกิดอาการคัน กับไอ้เจ้า Lens ใหม่ตัวเก่ง ว่าไอ้ USM เอย L เอย อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด มันคืออะไร มันจะดีต่อเราแค่ไหน เพราะผมซื้อมาใช้งานเพราะช่วงของเลนส์มากกว่าไอ้รหัสพวกนี้น่ะสิ
เลยลองค้นๆ ตาม Google ดู แล้วก็ขอเอามา Record ไว้หน่อยครับ เผื่อเป็นประโยชน์ อันนี้เฉพาะหนอนนะครับ ผมไม่ได้ตาม Nikon เพราะตังหมดแล้ว
ใครอยากรู้ของ Nikon ก็ Google เลยครับ
เอา ลุย
ไหนๆ แล้ว ก็เริ่มกันที่ EOS ก่อน
ข้อมูลจาก : taklong.com
EOS นั้นย่อมาจากคำว่า Electro Optical System
( ทั้งนี้คำว่า EOS ก็ยังเป็นชื่อเทพเจ้าของกรีกด้วย )
เป็นระบบเมาท์แบบ AF ที่ Canon ออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
โดยเลือกที่จะทิ้งพื้นฐานของระบบ FD เดิม
ซึ่งการที่ Canon ต้องออกแบบเมาท์ EOS ขึ้นมานั้นเพราะว่าต้นปี 1985 Canon ออก SLR รุ่น T80 ซึ่งเป็นแบบ AF ตัวแรกสู่ท้องตลาด
ปรากฎว่า Canon ล้มเหลวทางการตลาดโดยสิ้นเชิงครับ
( เพราะปัญหาในการใช้งาน T90 บนฐานของระบบเลนส์ FD เลยต้องกลับมาเป็น SLR แบบ Manual Focus )
Canon พ่ายแพ้แก่ Minolta ซึ่งวางตลาดกล้องออโต้โฟกัสรุ่น A7000 ก่อน T80 แค่ 2 เดือนช่วงชิงตลาดไปเกือบหมด
ตอกย้ำด้วยรุ่น A9000 ในเดือนกันยาปี 1985
พอปีถัดมาเมษาปี 1986 Nikon ก็ออก SLR AF รุ่น F-501 ช่วงชิงตลาดกลับคืนจาก Minolta
( ซึ่งในปี 1986 กล้อง SLR AF ครองตลาดถึง 50% แล้วแค่ปีเดียวโตพรวดพราดเลย )
จนในที่สุดเดือนมีนาคม 1987 Canon ก็ได้นำกล้องรุ่น EOS 650 และเลนส์ในไลน์ออกสู่ท้องตลาด
แล้วก็ ไอ้สิ่งที่ผมสงสัย USM ย่อมาจากอะไร
ที่มาจากกระทู้เดียวกัน
รหัส USM ย่อมาจากคำเต็มของ Ultrasonic Motor
มันคือระบบมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ของ Canon
ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับ SLR สายพันธุ์ใหม่ EOS ที่ถูกวางตลาดในปี 1987 ฉลองครบรอบ 50 ปี ( Canon’s 50th anniversary)
มอเตอร์แบบ USM มีคุณสมบัติคือเร็ว-เงียบ-ใช้พลังงานต่ำ
( แน่นอนว่าถ้าเสียงดัง พลังงานที่จ่ายเข้าไปไปในมอเตอร์ส่วนหนึ่งก็จะถูกแปรเป็นเสียงและความสั่นสะเทือนซึ่งเปล่าประโยชน์ )
ทีนี้ มันก็เลยลามไปถึง Code อื่นๆ เช่น L, EF
อันนี้เป็นคำอธิบายของเลนส์ L ครับ
ที่มา : 2how
เลนส์ L คือรหัสแบ่งระดับของเลนส์ของ Canon ครับ ตัว L ย่อมาจาก"AsphericaL" แต่เรามักล้อกันว่าย่อมาจาก "Luxury" เป็นรหัสของเลนส์เกรดดีของ Canon ครับ
ลักษณะภาพนอกที่มองเห็นได้ของเลนส์ระดับนี้คือ เป็นเลนส์สีขาวๆ เทาๆ เพราะในยุคแรกที่ผลิตเลนส์ระดับนี้ขึ้นมา ตัวแก้วชิ้นเลนส์จะต้องมีส่วนผสมของฟลุออไรด์ ทำให้อาจจะมีปัญหาได้เมื่อเลนส์อยู่กลางแดดหรืออยู่ในที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ ดังนั้น ทาง Canon จึงทำให้ตัวเลนสเป็นสีขาวแทนที่จะเป็นสีดำเพื่อไม่ให้อมความร้อน เลนส์ L รุ่นหลังๆ มานี้ไม่มีปัญหานี้แล้ว แต่สีขาวกลายเ็ป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเลนส์ L ไปแล้ว ดังนั้นจึงยังทำให้เลนส์เป็นสีขาวอยู่ครับ
แล้วก็ EF, IS
ที่มา : taklong.com
EF-S = เป็นเลนส์อันใหม่ของแคนนอน ผลิตเพื่อให้ใช้ เข้ากับ D-SLR มีน้ำหนักเบา ราคาถูกกว่า
EF = เป็นรหัสเลนส์ของแคนนนอน มีขนาดหนัก ราคาแพงกว่า ( ส่วนมากเมาส์เลนส์เป็นเหล็กจึงมีน้ำหนักมาก)
IS= คือระบบกันภาพสั่นไหว (Image Stabilizer)
ก็ หวังว่าคงจะพอมีประโยชน์นะครับ
เอา ลุย
ไหนๆ แล้ว ก็เริ่มกันที่ EOS ก่อน
ข้อมูลจาก : taklong.com

( ทั้งนี้คำว่า EOS ก็ยังเป็นชื่อเทพเจ้าของกรีกด้วย )
เป็นระบบเมาท์แบบ AF ที่ Canon ออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
โดยเลือกที่จะทิ้งพื้นฐานของระบบ FD เดิม
ซึ่งการที่ Canon ต้องออกแบบเมาท์ EOS ขึ้นมานั้นเพราะว่าต้นปี 1985 Canon ออก SLR รุ่น T80 ซึ่งเป็นแบบ AF ตัวแรกสู่ท้องตลาด
ปรากฎว่า Canon ล้มเหลวทางการตลาดโดยสิ้นเชิงครับ
( เพราะปัญหาในการใช้งาน T90 บนฐานของระบบเลนส์ FD เลยต้องกลับมาเป็น SLR แบบ Manual Focus )
Canon พ่ายแพ้แก่ Minolta ซึ่งวางตลาดกล้องออโต้โฟกัสรุ่น A7000 ก่อน T80 แค่ 2 เดือนช่วงชิงตลาดไปเกือบหมด
ตอกย้ำด้วยรุ่น A9000 ในเดือนกันยาปี 1985
พอปีถัดมาเมษาปี 1986 Nikon ก็ออก SLR AF รุ่น F-501 ช่วงชิงตลาดกลับคืนจาก Minolta
( ซึ่งในปี 1986 กล้อง SLR AF ครองตลาดถึง 50% แล้วแค่ปีเดียวโตพรวดพราดเลย )
จนในที่สุดเดือนมีนาคม 1987 Canon ก็ได้นำกล้องรุ่น EOS 650 และเลนส์ในไลน์ออกสู่ท้องตลาด
แล้วก็ ไอ้สิ่งที่ผมสงสัย USM ย่อมาจากอะไร
ที่มาจากกระทู้เดียวกัน

มันคือระบบมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ของ Canon
ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับ SLR สายพันธุ์ใหม่ EOS ที่ถูกวางตลาดในปี 1987 ฉลองครบรอบ 50 ปี ( Canon’s 50th anniversary)
มอเตอร์แบบ USM มีคุณสมบัติคือเร็ว-เงียบ-ใช้พลังงานต่ำ
( แน่นอนว่าถ้าเสียงดัง พลังงานที่จ่ายเข้าไปไปในมอเตอร์ส่วนหนึ่งก็จะถูกแปรเป็นเสียงและความสั่นสะเทือนซึ่งเปล่าประโยชน์ )
ทีนี้ มันก็เลยลามไปถึง Code อื่นๆ เช่น L, EF
อันนี้เป็นคำอธิบายของเลนส์ L ครับ
ที่มา : 2how
เลนส์ L คือรหัสแบ่งระดับของเลนส์ของ Canon ครับ ตัว L ย่อมาจาก"AsphericaL" แต่เรามักล้อกันว่าย่อมาจาก "Luxury" เป็นรหัสของเลนส์เกรดดีของ Canon ครับ
ลักษณะภาพนอกที่มองเห็นได้ของเลนส์ระดับนี้คือ เป็นเลนส์สีขาวๆ เทาๆ เพราะในยุคแรกที่ผลิตเลนส์ระดับนี้ขึ้นมา ตัวแก้วชิ้นเลนส์จะต้องมีส่วนผสมของฟลุออไรด์ ทำให้อาจจะมีปัญหาได้เมื่อเลนส์อยู่กลางแดดหรืออยู่ในที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ ดังนั้น ทาง Canon จึงทำให้ตัวเลนสเป็นสีขาวแทนที่จะเป็นสีดำเพื่อไม่ให้อมความร้อน เลนส์ L รุ่นหลังๆ มานี้ไม่มีปัญหานี้แล้ว แต่สีขาวกลายเ็ป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเลนส์ L ไปแล้ว ดังนั้นจึงยังทำให้เลนส์เป็นสีขาวอยู่ครับ

ที่มา : taklong.com
EF-S = เป็นเลนส์อันใหม่ของแคนนอน ผลิตเพื่อให้ใช้ เข้ากับ D-SLR มีน้ำหนักเบา ราคาถูกกว่า
EF = เป็นรหัสเลนส์ของแคนนนอน มีขนาดหนัก ราคาแพงกว่า ( ส่วนมากเมาส์เลนส์เป็นเหล็กจึงมีน้ำหนักมาก)
IS= คือระบบกันภาพสั่นไหว (Image Stabilizer)
ก็ หวังว่าคงจะพอมีประโยชน์นะครับ