My blog

สอยมาแล้วครับ iPod classic 160GB

สะใจสิครับ
รอมานาน
iPod ความจุสูงๆ แบบนี้ถึงจะเหมาะหน่อย
หลังเสร็จงาน RS แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23/9/07) ผมก็ไป
iStudio La'Villa เพื่อจ่ายเงินค่า Final Cut Studio 1 ให้เรียบร้อย
ในใจก็นึกว่าอยากให้รางวัลตัวเองสักหน่อย หลังจากลากงานหนักๆ มาเป็นเดือนๆ
แน่ล่ะครับ ชั่วโมงนี้ไม่มองอะไรอย่างอื่นแน่ๆ นอกจาก
iPod ใหม่

ส่วนตัวผมว่าผมไม่เหมาะกับ
iPod touch หรอก รอ iPhone ดีกว่า ผมชอบเล่นเน็ทในคอมมากกว่า
รู้สึกว่า
iPod touch มันของเล่นไปหน่อย ใช้งานไม่ค่อยคุ้มครับ

ระหว่างเดินทางไปที่ร้าน เลยออดอ้อนภรรยา ขอซื้อ iPod อิอิอิ

ถึงแม้จะใช้ภาษาไทยยังไม่ได้ก็ยอมล่ะ ไม่ใช้ไทยก็ได้
จะยอมรอ Apple Thailand ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ต่อไป ผิดนักก็จะยอมเสี่ยง Hack Firmware เอาเองก็ได้วะ

ผมข้ามจาก
iPod mini มาเป็น 6th gen. iPod classic เลย
เพราะเพิ่งจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่าในการเปลี่ยนจาก 4GB เป็น 160GB

หลังจากได้มา ก็แกะกล่องดู พบว่ามันแตกต่างจากที่คิดไว้เยอะครับ
ผมเลือกสีเงินมาใช้งาน และพี่วรรณก็ติด Film กันรอยมาให้เรียบร้อย
ตัวเครื่องลบเหลี่ยมและมนกว่าเดิม
iPod เดี๋ยวนี้ไม่มีฟองน้ำหุ้มหูฟังมาให้แล้วเหรอเนี่ย
เมนูสวยขึ้นครับ แต่ช้าจนรำคาญในบางขณะ

ในกล่อง มีมาให้แค่ตัว iPod classic, สาย Sync USB, หูฟัง (ไม่มีฟองน้ำ), Doc connector, และเอกสารต่างๆ เท่านั้นเองครับ
กล่องเล็กลงกว่าเดิม ไม่มี CD Software มาให้แล้ว

ผมลองจับเพลงทั้งหมดที่มี (เป็น MP3 เสียส่วนใหญ่) ยัดลงไปเลย
ทั้งจัดเป็น Playlist และจับใส่ใน Mode disk เพื่อจัดทีหลัง
พบว่ายังใช้พื้นที่ไปไม่ถึง 30% เลย

ลองใช้
Handbrake Rip DVD ยัดใส่ลงไป ก็เล่นได้เลย (ไม่เห็น lock size นะครับ)
ผมเอาไฟล์หนังที่ใช้
Handbrake RIP ไว้แต่ก่อน แบบใหญ่ๆ มันก็ลงได้เลยนะ ไม่วอนเลย
แล้วก็ใช้
iSquint แปลงไฟล์หนังใส่ดูอีก สนุกสนานครับ

ภาพที่ได้ คมชัด ใสแจ๋ว ไม่กระตุกแม้แต่น้อย

ผมลอง Sync ทุกอย่างที่ต้องการลงไปใน iPod แล้วหอบหิ้วไปไหนมาไหนแล้วล่ะ ตอนนี้

ข้อเสียที่ไม่อาจให้อภัยได้คือ ไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้
ตอนนี้ก็กำลังหาข้อมูลครับ ว่าจะแก้แบบไหนได้บ้าง
ไว้ได้อะไรคืบหน้ามาในแบบของผม จะมาเขียนไว้ละกันครับ

ตอนนี้ขอไปเห่อของเล่นใหม่ก่อน

My Links