My blog

ไม่ได้ Update blog เป็นเดือนเลย

เนื่องจากงานเข้ามาตรึมครับ
เริ่มตั้งแต่ต้นปี มีงานเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเลย
ไล่ยาวแบบไม่ได้พักมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งเพิ่งจะพอหายใจหายคอได้บ้าง
ทั้งงานหนังสั้น งานโฆษณา งานคอนเสิร์ต ยังรวมไปถึงงานเวบ งาน Admin งานสอน และงานอื่นๆ ที่นึกไม่ออกตอนเขียน blog นี้
ล่าสุดก็ยังไม่ได้ปิด DVD คอนเสิร์ตได้สนิทนัก

สิ่งที่พบเจอในช่วงเวลาอันโคตรวุ่นวายนี่ก็คือ "จิตตก" ครับ
ไม่ได้เกิดอาการนี้บ่อยนัก
ปัญหาเกิดจากงานที่เข้ามามากกว่าปกติ รับงานราคาต่ำ และความงกส่วนตัว ที่ไม่อยากผ่านงานให้ใครทำ
ทำให้ต้องแบกภาระงานซ้อนกันจนหายใจหายคอไม่ทัน
คุณภาพงานลดลงด้วยความเครียด
เคลียร์งานออกไม่ทันจนเกือบเป็นดินพอกหางหมู

โชคดีที่มีคนทัก ว่างานผมไม่พลิ้วเหมือนเดิม ดูออกว่าเครียด
กับงาน VTR Concert ที่งบน้อยจนไม่สามารถผ่าน QC ตัวเองได้ แล้วก็เกิดปัญหา
ดีที่ได้พี่เอ๋ นรินทร (ขอบคุณป้ามากๆ) และพี่เอ (ช.เอ ณ บางช้าง) สองคนพี่น้อง ช่วยกางปีกปกป้องให้
เพราะเหตุผลที่เงินมันน้อยจริงๆ จนทำแล้วเจ็บตัว

ขอบพระคุณพี่ๆ ทุกท่าน ที่ช่วยให้มันผ่านมาได้มากๆ เลยครับ

นอกจากนี้ งานโฆษณาตัวล่าสุดที่ทำ ผมตัดไปมากกว่า 20 Versions แต่ขายไม่ผ่าน
คุณนัน (Double Head) และคุณป๊อป ซึ่งเป็นลูกค้าใหม่ ต้องเข้ามาช่วยดู
ผมจึงต้องขอ Comment ไปตรงๆ เมื่อเสร็จงาน เพราะผมมองไม่ออก ว่างานดีเป็นยังไงไปเลย

คำแนะนำ และใจในการลุยงานของคนรอบข้าง ทำให้ผมได้คิดอะไรบางอย่าง ...

ผมต้องหนีกลับเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัว เพื่อดึงคุณภาพงานกลับมาที่เดิม
ผมย้ายชุดตัดต่อไปไว้ที่บ้านนนท์ แล้วปลีกตัวเองไปนั่งทำงานอยู่ที่นั่นเกือบสองอาทิตย์
เพื่อให้จิตใจสงบ เนื่องจากอยู่บ้านแม่แล้ว มีปัญหาได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมมากเกินไป

ผมได้พบว่า จริงๆ แล้ว
ผมตะกรามเกินไป ที่รับงานเกินขีดจำกัดของตัวเอง
ทำให้ผมเครียดไปทุกทาง ทุกด้าน
ทำให้ผมมองงานไม่ออก ว่าดี/ไม่ดี อยู่ตรงไหน
แม้แต่ตอนถ่ายคอนเสิร์ต ต้องขอแรงพี่หนุ่มไปช่วย เพราะผมไม่มั่นใจ
แล้วก็จริง ผมมองไม่ออก ว่าคัทไหนสวยไม่สวย

ผมถอยหลัง ลดความเร็วลง
ผมกลับเข้าสู่สภาวะเดิม ที่ไม่บ้าคลั่งขนาดนั้น
ลดความมั่นใจในตัวเองลง แล้วยอมรับความเป็นจริงรอบด้าน
ผมอายอยู่เหมือนกัน ที่กล้ามั่นใจในหลายๆ เรื่อง ทั้งๆ ที่จริงๆ มันยังไม่ใช่
โชคยังดี ที่รู้สึกตัวทัน
ขอบคุณพี่เติ๊ด ที่ทักตรงๆ ว่างานไม่พลิ้ว

ผมพยายามทำมากเกินไป

ตอนนี้ผมกลับมามองเห็นหลายๆ อย่างเหมือนเดิม
หลังจากที่หลบไปนั่งตัดคอนเสิร์ตที่นนท์
ผมพบว่า ผมคิดถึงครอบครัวมาก ผมโหวงมาก กับการที่ออกมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง
แต่มันมีเวลาพอให้ผมได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง
มองเห็นข้อผิดพลาดหลายๆ อย่าง

ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว
ผมรู้แล้ว ว่าพลาดอะไรไปบ้าง และจะแก้ไขอย่างไร

ผมเริ่มจัดสรรเวลาใหม่ และเริ่มต้นลุยใหม่อีกครั้ง
ขอให้มันยังไม่สายเกินไป
ผมยังอยากสร้างงานดีๆ ให้คนอื่นได้ดูอีกเยอะๆ
ผมจะไม่ลืมความผิดพลาด และความรู้สึกเหล่านี้เลย

ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ครอบครัวที่รัก โดยเฉพาะน้องมิม และทุกๆ คน ที่คอยประคับประคองผม
ผมจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลยครับ

My Links